
หากพูดถึงการทำงานในอดีตเราควรให้ความสำคัญแค่การทำงานเพียงอย่างเดียว แต่ปัจจุบันไม่ได้เป็นแบบนั้นแล้ว ศิลปะเข้ามามีบทบาทสำคัญมาก ๆ เรียกได้ว่า คือ เครื่องมือสำคัญในการรับมือกับความเครียดและความกดดันเลยก็ว่าได้ แต่จะมีประโยชน์อย่างไรหรือเกี่ยวข้องกันในทิศทางไหนเพิ่มเติม เดี๋ยวเราจะพาไปดู
ศิลปะมีประโยชน์ต่อการทำงานอย่างไร
ประโยชน์ของศิลปะที่มีต่อการทำงานนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายประการ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลด้วย ตัวอย่างเช่น
1. ทำให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น
ไม่ว่าจะการทำงานศิลปะด้วยตนเองหรือการเสพผลงานศิลปะในรูปแบบที่มีเรื่องราว มีสีสัน หรือมีองค์ประกอบทางทัศนศิลป์ต่าง ๆ ล้วนทำให้เรามีสมาธิ ได้อยู่กับตนเองมากขึ้น เพื่อทำความเข้าใจปัญหาหรือสภาวะอารมณ์ต่าง ๆ ณ ขณะนั้นได้เป็นอย่างดี
2. ช่วยเรามีความสุขมากขึ้น
ศิลปะ คือ ความสวยงามและมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเราในหลาย ๆ แง่มุม ทั้งเศร้า ทุกข์ มีความสุข และอื่น ๆ การที่เราสามารถแสดงออกหรือเข้าใจความรู้สึกของตัวเองในหลายด้าน ก็จะทำให้เรารู้สึกมีความสุขในชีวิตมากขึ้นเหมือนได้รับการเติมเต็ม
3. มีส่วนช่วยในการเยียวยาและรักษาจิตใจ
เพราะศิลปะมีผลโดยตรงต่อการลดความเครียดได้ 3 หลักการ ได้แก่ ความพึงพอใจ ความผ่อนคลาย และการสนับสนุนตัวตน อีกทั้งยังการันตีได้จากการนำศิลปะมาใช้เป็นหนึ่งในแนวทางการบำบัดผู้ป่วย คนทำงานที่ต้องเจอกับความเครียดหรือความกดดันอยู่แทบทุกวัน จึงเหมาะกับการมีศิลปะเข้ามาช่วยมาก ๆ
ทำไมงานศิลปะถึงมีอิทธิพลต่อความคิดและความรู้สึกของเรา
สาเหตุที่งานศิลปะสามารถเข้ามาอยู่ในความรู้สึกกับความคิดของเราได้หลัก ๆ มาจากการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะนั้นจำเป็นต้องอาศัยการคิดวิเคราะห์และนำองค์ประกอบต่าง ๆ มาผสมรวมกันเพื่อก่อให้เกิดเป็นเรื่องราวตามจินตนาการหรือภาพที่มองเห็น รวมไปการสร้างสรรค์งานศิลปะแต่ละชิ้นมักมีจุดประสงค์แตกต่างกันไป เช่น ต้องการสะท้อนหรือระบายความรู้สึก ต้องการแสดงตัวตนผ่านผลงาน และอื่น ๆ
แล้วควรเลือกในศิลปะแบบไหนดี
หากคุณอยากเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานใหม่ด้วยการมีงานศิลปะดี ๆ สักชิ้น แต่ไม่รู้ว่าควรเลือกศิลปะแบบไหนดี มีแนวทางในการเลือกมาฝาก ดังนี้
- กรณีต้องการกระตุ้นความคิดหรือความรู้สึกเชิงบวก แนะนำให้เลือกงานศิลปะที่มีความเป็นธรรมชาติ เป็นวิวทิวทัศน์ เช่น สวนดอกไม้ ป่าไม้ แม่น้ำ ลำธาร
- กระตุ้นให้เกิดการตระหนักรู้ เช่น การใช้ภาพน้ำไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ เพื่อกระตุ้นให้เรามองย้อนกลับไปในอดีต วิเคราะห์ความผิดพลาดหรือประสบการณ์ในชีวิตเพื่อเป็นแรงผลักดันให้ก้าวต่อไป เป็นต้น
- ต้องการเพิ่มความรู้สึกกระตือรือร้น อาจเลือกงานศิลปะเน้นโทนสีส้มเพิ่มเข้ามาแต่ไม่ควรเยอะเกินไป เช่น ภาพพระอาทิตย์ขึ้น
สรุปได้ว่างานศิลปะนั้นมีความเกี่ยวข้องกับการทำงานในแง่ของการเพิ่มความผ่อนคลายจากงานศิลปะมีหลายองค์ประกอบที่มีอิทธิพลต่ออารมณ์และความรู้สึกของเราอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นหากรู้สึกว่าตนเองกำลัง Burn Out หรือกดดันกับการทำงานมากเกินไป ลองหางานศิลปะดี ๆ สักชิ้นมาวางบนโต๊ะหรือติดตรงผนังดู เวลารู้สึกเหนื่อยลองหันไปมองงานศิลปะบางทีอาจทำให้คุณเข้าใจอะไรมากขึ้น
